ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คลังข้อมูลบัญชี
dot
bulletสภาวิชาชีพบัญชี
bulletกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
bulletสมาคมการบัญชีไทย
bulletตรวจค้นข้อมูลงบการเงิน
dot
รวม link ที่เกี่ยวข้อง
dot
bulletกระทรวงพาณิชย์
bulletสํานักงานประกันสังคม
bulletประมวลรัษฎากร
bulletธนาคารแห่งประเทศไทย
bulletตรวจค้นข้อมูลทะเบียนธุรกิจ
bulletกระทรวงการคลัง
bulletกรมศุลกากร
bulletศูนกลางบริการภาครัฐ
bulletตลาดหลักทรัพย์
bulletกรมทรัพย์สินทางปัญญา
bulletราชกิจจานุเบกษา
bulletLinkหน่วยงานราชการต่างๆ
dot
ภาษี(Tax)
dot
bulletกรมสรรพากร
bulletคลินิกภาษี
bulletสมาคมนักภาษีอากรไทย
bulletหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
bulletอ่านข่าวเด่นของวันนี้
bulletสถานที่ตั้งของกรมสรรพากร
bulletข้อหารือภาษีอากร
bulletการตรวจขอคืน ภงด. 90,91
bulletTax Auditor ที่ถูกเพิกถอน
bulletประมวลรัษฏากร
bulletรายชื่อผู้ประกอบการ Vat
bulletความรู้เรื่องภาษี
bulletกระดานตอบถาม Tax auditor
bulletปฎิทินภาษีอากร
dot
กฎหมาย
dot
bulletกฎหมายออกใหม่
bulletห้องสมุดกฎหมาย
bulletศาลปกครอง
bulletประมวลกฏหมาย Online
dot
บริการประกันสังคม
dot
bulletสํานักงานประกันสังคม
bulletความรู้งานประกันสังคม
bulletสิทธิประโยชน์ประกันสังคม
bulletตรวจสอบผู้ประกันตน
bulletกฎหมายแรงงาน / ต่างด้าว
bulletกองทุนสํารองเลี้ยงชีพไทย
dot
รวม Link อื่นๆ
dot
bulletรวม Link อื่นๆ
bulletอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารต่างๆ
bulletอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์
bulletธนาคารพาณิชย์
bulletข่าว หนังสือพิมพ์ วารสาร
bulletค้นหาเลขหมายโทรศัพท์
bulletค้นหารหัสไปรษณีย์
bulletสมุดหน้าเหลือง
bulletหน่วยบริการภาษีใน กทม.
bulletแปลข้อความไทยเป็นเสียงพูด
bulletตรวจฉลากกินแบ่งรัฐบาล
bulletพจนานุกรมไทย
bulletแปลภาษอังกฤษ - ไทย
bulletห้องสมุดดิจิตอล
bulletเครื่องมือคํานวณทางการเงิน
bulletราคาทองคําวันนี้
bulletข้อมูลส่วนราชการไทย
bulletสถาบันอุดมศึกษาในประเทศ
bulletพยากรอากาศ
bulletเวลาทั่วโลก
bulletเบอร์โทรสถานีตํารวจนครบาล
bulletเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน
bulletราคาหุ้นวันนี้
bulletเช็คราคาคอมพิวเตอร์
bulletเช็คราคา Notebook
bulletคู่มือบริการ กรมการปกครอง
bulletราคานำมันวันนี้
bulletจส100
bulletดู TV บน Internet
bulletวิทยุ online
bulletอ่านนิตยสารต่างๆ
dot
เกล็ดความรู้ บัญชี - ภาษี
dot
bulletรายจ่ายต้องห้าม
bulletDownload สูตร Exel ต่างๆ
bulletอ่านข่าวเด่นของวันนี้
dot
Newsletter

dot




บัญชีเดี่ยว-บัญชีคู่

สำหรับคนที่ไม่รู้บัญชี การมานั่งจดบันทึกข้อมูลถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก คนส่วนใหญ่บันทึกข้อมูลโดยการจดๆ ไว้ในสมุดพกเพื่อให้ตัวเองเข้าใจว่า ได้ทำอะไร กับใคร ด้วยจำนวนเท่าไร พอสองสามวันที ก็จะนั่งดูทีว่า ได้รับอะไรมาบ้าง จ่ายอะไรไปบ้าง เสร็จแล้วก็มานั่งขีดฆ่ารายการที่ไม่ใช้ออก จากนั้นก็จะไม่หันกลับมาดูข้อมูลในอดีตอีกเลย 
 

บัญชีมีประโยชน์ : บัญชีเดี่ยว-บัญชีคู่

   สำหรับคนที่ไม่รู้บัญชี การมานั่งจดบันทึกข้อมูลถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก คนส่วนใหญ่บันทึกข้อมูลโดยการจดๆ ไว้ ในสมุดพกเพื่อให้ตัวเองเข้าใจว่า ได้ทำอะไร กับใคร ด้วยจำนวนเท่าไร พอสองสามวันที ก็จะนั่งดูทีว่า ได้รับอะไรมาบ้าง จ่ายอะไรไปบ้าง เสร็จแล้วก็มานั่งขีดฆ่ารายการที่ไม่ใช้ออก จากนั้นก็จะไม่หันกลับมาดูข้อมูลในอดีตอีกเลย 
      การบันทึกข้อมูลแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการบันทึกบัญชี เพราะการจดบันทึกแบบนี้ไม่ได้ทำขึ้นอย่างเป็นระบบ ไม่มีจุดหมายปลายทาง ข้อมูลในอดีตเกิดแล้วก็เกิดไป ไม่สามารถนำกลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้อีก ทีนี้ พอกิจการเริ่มมีรายการค้ามากขึ้น การบันทึกข้อมูลก็พัฒนาขึ้นเป็นเงาตามตัว คราวนี้ เจ้าของกิจการมักต้องบันทึกรายรับแยกออกจากรายจ่าย (ถ้าทำตามเกณฑ์เงินสด) หรือบันทึกรายได้แยกออกจากค่าใช้จ่าย (ถ้าทำตามเกณฑ์คงค้าง) โดยใช้สมุดหลายเล่มเพื่อจดรายการพร้อมจำนวนเงินเรียงกันลงไป รายการรับก็จดไว้ในสมุดรับ รายการจ่ายก็จดไว้ในสมุดจ่าย การจดบันทึกแบบนี้มักเลือกทำเฉพาะกับรายการที่อยู่ในความสนใจและทำขึ้นอย่าง ง่ายๆ โดยไม่มีการกระทบยอดหรือยืนยันความครบถ้วนถูกต้อง นักบัญชีเรียกระบบการจดบันทึกที่ไม่ครบเครื่องนี้ว่า บัญชีเดี่ยว (Single-entry system) หรือ บัญชีขาเดียว โปรดสังเกตว่า แม้บัญชีขาเดียวจะสามารถทำให้เจ้าของกิจการรู้ความเป็นไปในกิจการได้ในระดับ หนึ่ง (เช่น รู้ถึงสภาวะเงินสดหรือรู้จำนวนกำไร) แต่บัญชีขาเดียวก็ไม่สามารถทำให้เจ้าของกิจการรู้ความเป็นไปของรายการอื่น เช่น สินค้าคงเหลือ ลูกหนี้สินทรัพย์ถาวร เจ้าหนี้ ฯลฯ เพราะตัวระบบเองไม่ได้แยกรายการเหล่านี้ออกจากกัน แต่สุมๆ รวมกันไว้จนแยกแยะไม่ออก 
      คำถาม ทำอย่างไร เราจึงจะได้ระบบที่สามารถบันทึกรายการทุกรายการที่เข้ามา และรายงานข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกิจการอย่างครบถ้วนถูกต้อง? 
      คำตอบ เราต้องเพิ่มขาขึ้นมาอีกหนึ่งขา และบันทึกรายการด้วย บัญชีสองขา หรือ บัญชีคู่ (Double-entry system) แทนบัญชีขาเดียว ข้อแตกต่างระหว่างบัญชีสองขากับบัญชีขาเดียว (อันหนึ่งมีสองขา อีกอันหนึ่งมีขาเดียว! J) คือบัญชีสองขาหรือบัญชีคู่ เป็นระบบการจดบันทึกที่สามารถสรุปข้อมูลทุกอย่างที่หลุดเข้ามาในวงโคจรของ กิจการอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเงินสดรับ เงินสดจ่าย เงินสดย่อย รายได้ ค่าใช้จ่าย กำไร ขาดทุน ลูกหนี้ ลูกหนี้รายตัว เจ้าหนี้ เจ้าหนี้รายตัว ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ฯลฯ นอกจากนั้น บัญชีคู่ยังมีระบบกระทบยอด ยืนยันรายการ และตรวจสอบความถูกต้อง ติดตั้งอยู่ในตัว 
      บัญชีคู่ทำให้เจ้าของกิจการได้รับข้อมูลครบถ้วน เพราะการบันทึกบัญชีคู่ทำขึ้นอย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูล การบันทึกรายการ แยกประเภทรายการ หรือแม้แต่การสรุปผล แถมยังมีกำหนดเวลาที่ค่อนข้างแน่นอนว่าเมื่อไรต้องทำอะไร แต่ก่อนที่เราจะเข้าใจกลไกของระบบบัญชีคู่ เราควรจะเข้าใจขั้นตอนในการบันทึกบัญชีเสียก่อน 
      ขั้นตอนในการบันทึกบัญชีมีอยู่ทั้งหมด 7 ขั้นตอน (บางครั้ง เราจะเรียกขั้นตอนเหล่านี้ว่าเป็น ขั้นตอนในการออกงบการเงิน) 
      ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้น (การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ ได้พูดไว้แล้วในตอนแรกสุดที่มีชื่อว่า เรื่องบัญชีไว้ทีหลัง) 
      ขั้นตอนที่ 2 จัดเตรียมเอกสารสำหรับรายการบัญชีที่เกิดขึ้น (คำว่า รายการบัญชี หมายถึงเหตุการณ์ทางธุรกิจที่สามารถนำมาบันทึกบัญชีได้ นั่นหมายความว่า เหตุการณ์ทางธุรกิจบางเหตุการณ์นั้น ไม่สามารถนำมาบันทึกบัญชีได้ ขอติดไว้อธิบายเมื่อถึงเวลานะคะ) 
      ขั้นตอนที่ 3 บันทึกรายการบัญชีในสมุดรายวัน โดยเรียงลำดับตามวันที่เกิดรายการ 
      ขั้นตอนที่ 4 ผ่านรายการจากสมุดรายวันไปยังบัญชีแยกประเภท 
      ขั้นตอนที่ 5 รวมยอดบัญชีแยกประเภทแต่ละบัญชี และนำยอดรวมมาสรุปในงบทดลอง 
      ขั้นตอนที่ 6 ปรับปรุงรายการที่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์สำหรับงวดนั้น (คำว่าสมบูรณ์ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าอ้วน แต่หมายความว่าครบถ้วน) 
      ขั้นตอนที่ 7 ออกงบการเงิน 
      ทีนี้ก็มาถึงกลไกของระบบบัญชีคู่ การบันทึกบัญชีคู่เริ่มต้นจากสมการ สมการที่ว่านี้คือ สมการบัญชี ที่แยกออกเป็นสมการย่อยอีกสองสมการ คือ สมการงบดุล และ สมการกำไรขาดทุน (คนที่อ่านหนังสือชุด รู้บัญชีมีประโยชน์ และหนังสือบัญชีอื่น คงนึกเบื่อสมการนี้เต็มทน พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ได้) เราไม่สนใจหรอกว่าคนอ่านจะนึกเบื่อสมการนี้ขนาดไหน เพราะเราจะพูดถึงสมการนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันซึมเข้าไปในจิตใต้สำนึก (อีกอย่างหนึ่ง เราก็ไม่เคยปฏิเสธว่า บัญชีมีภาคที่น่าเบื่ออยู่ในตัวเอง) แต่ถ้าจะให้ดี ขอให้ผู้อ่านช่วยอ่านหนังสือ อ่านงบการเงินให้เป็น ก่อนที่จะอ่านตอนต่อๆ ไป เพราะหนังสือเล่มนั้นอธิบายให้เห็นถึง ภาพรวม ของระบบบัญชีคู่ (ในแง่ มหภาค) ที่เราจำเป็นต้องเข้าใจก่อนที่จะเริ่มบันทึกบัญชี (ในแง่ จุลภาค) สมการบัญชีเริ่มต้นที่ สมการงบดุล (สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ) ซึ่งมีตัวแปรอยู่ 3 ตัว (ภาษาบัญชีเรียกว่ามี 3 "องค์ประกอบ) สมการนี้มีไว้สำหรับสรุปฐานะของกิจการ ว่ากิจการมีสินทรัพย์เท่าไร มีหนี้สินเท่าไร และมีส่วนของเจ้าของเท่าไร การสรุปฐานะของกิจการนี้ทำขึ้นในรูปของงบการเงินที่เรียกว่า งบดุล 
      งบดุลไม่ใช่งบการเงินเดียวที่กิจการต้องจัดทำ เพราะงบดุลจะสมบูรณ์ได้ต้องอาศัยงบการเงินอีกงบหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า งบกำไรขาดทุน งบกำไรขาดทุนได้มาจากสมการง่ายๆ อีกสมการหนึ่งที่เรียกว่า สมการกำไรขาดทุน (กำไร = รายได้ - ค่าใช้จ่าย) ซึ่งมีองค์ประกอบอีก 2 ตัว (ในที่นี้ กำไร ไม่ถือเป็นองค์ประกอบโดยตัวเอง แต่เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบที่เรียกว่า ส่วนของเจ้าของ) ในการบันทึกบัญชี เราต้องนำ สมการงบดุล มารวมกับ สมการกำไรขาดทุน เพื่อให้ได้สมการรวมที่เรียกว่า สมการบัญชี สมการบัญชีมีองค์ประกอบทั้งหมด 5 ตัว สามตัวมาจากสมการงบดุลและอีกสองตัวมาจากสมการกำไรขาดทุน ซึ่งเขียนได้ในลักษณะนี้ สินทรัพย์ + ค่าใช้จ่าย = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ + รายได้ (ถ้าอยากรู้ว่าสมการนี้มาได้อย่างไร ให้ไปอ่านหนังสือ อ่านงบการเงินให้เป็น) ด้านซ้ายของสมการ (ที่ประกอบด้วยสินทรัพย์กับค่าใช้จ่าย) เราเรียกว่าด้าน เดบิต ส่วนด้านขวาของสมการ (ที่ประกอบด้วยหนี้สิน ส่วนของเจ้าของและรายได้) เราเรียกกันว่าด้าน เครดิต 
      ก่อนที่จะเริ่มบันทึกบัญชี เรามีเรื่องสามเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ 
      เรื่องแรก ไม่ว่าเราจะบันทึกบัญชีอย่างไร เวลาไหน สมการบัญชีต้องอยู่ในสมดุลเสมอ จะเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งไม่ได้ 
      เรื่องที่สอง เราต้องทราบว่า รายการบัญชีที่เกิดขึ้นสามารถนำมาบันทึกบัญชีได้หรือไม่ 
      เรื่องสุดท้าย เราต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า รายการที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับตัวแปรอะไรในสมการบัญชี (สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ รายได้ และค่าใช้จ่าย) และตัวแปรนั้นมีผลกระทบอย่างไรกับสมการบัญชี 
      ตัวอย่างเช่น ถ้ากิจการรับเงินสดจากผู้ถือหุ้น เราต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า รายการบัญชีนี้ทำให้เงินสด (หรือสินทรัพย์) เพิ่มขึ้นทางด้านเดบิต ในขณะที่ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นทางด้านเครดิต (ด้วยจำนวนที่เท่ากัน) และถ้าเราจ่ายค่าไฟ เราก็ต้องวิเคราะห์ได้ว่า รายการบัญชีนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทางด้านเดบิต ในขณะที่เงินสด (หรือสินทรัพย์) ลดลงทางด้านเครดิต จับประเด็นตรงนี้ได้เมื่อไร การบันทึกบัญชีก็ง่ายขึ้นเมื่อนั้น

 

 

 

ที่มา : http://www.sarinaccount.com




มุมบัญชี

มาตรฐานการสอบบัญชี
มาตรฐานบัญชี
ข่าวสารการบัญชี
เข้าใจ CPTA (ซีพีทีเอ)
โปรแกรมบัญชี วิธีทดสอบก่อนซื้อ
SAP คำตอบพื้นฐานของระบบ ERP
มาตรฐานบัญชีเป็นกฎหมายหรือไม่
แนวทางในการจัดทำงบการเงินรวม
ความรู้เรื่องการตรวจสอบและรับรองบัญชี ภาค 2
ความรู้เรื่องการตรวจสอบและรับรองบัญชี ภาค 1
หลักเกณฑ์การพัฒนาผู้ตรวจสอบและรับรองบัญชี
เลือก โปรแกรมบัญชี อย่างไรดี?
ทำบัญชีอย่างไรให้สรรพากรยอมรับได้
การจดทะเบียนเลิก และ ชำระบัญชีบริษัทจำกัด
จดทะเบียนเป็นบริษัท หรือเป็นบุคคลธรรมดา ?
บุคคลธรรมดาหรือห้างหุ้นส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียน ทำไมต้องทำบัญชี
งบดุล
มารู้จัก Creative Accounting
5 วิธีบริหารกระแสเงินสดอย่างชาญฉลาด
บัญชีต้นทุน



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

 

58/33  ซอยนวมินทร์ 90  ถนนนวมินทร์  แขวงคลองกุ่ม  เขตบึงกุ่ม  กทม. 10230

โทร : 0-2944-8535 , 0-2510-8956 , 0-2510-2310

แฟ็กซ์ : 0-2510-2310

E-mail : thammavanit@hotmail.com

eCitizen - Single Point Service